เหตุใดจึงห้ามกล่าวอามีนในนมาซ



ผู้รู้ฝ่ายอะฮ์ลิสซุนนะฮ์บางคนได้ชี้แจงการกล่าวอามีนในนมาซว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องเนื่องจากมีฮะดีษเศาะฮี้ห์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งไม่ขัดต่อฮะดีษอื่นๆที่มีเนื้อหาเชิงกว้างแต่อย่างใด ฉะนั้นจึงไม่อาจจะห้ามกล่าวอามีนได้ และถึงแม้ว่าฮะดีษสองกลุ่มจะขัดกันก็ตาม ฮะดีษที่อนุญาตให้กล่าวอามีนมีความน่าเชื่อถือกว่า (เราะชี้ด ริฎอ,มุฮัมมัด,ตัฟซี้ร อัลมะน้าร,เล่ม 1,หน้า 98) ชีอะฮ์มีทัศนะอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้?

มีฮะดีษจากอะฮ์ลุลบัยต์ระบุว่าการกล่าวอามีนในนมาซไม่เป็นที่อนุมัติ และจะทำให้นมาซบาฏิลโดยหลักการแล้ว ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ถึงการไม่เป็นที่อนุมัติ ทั้งนี้ก็เพราะการนมาซเป็นอิบาดะฮ์ประเภทหนึ่ง ซึ่งย่อมไม่สามารถจะเพิ่มเติมได้ตามใจชอบ ฉะนั้น หากไม่สามารถจะพิสูจน์การเป็นที่อนุมัติของส่วนใดในนมาซด้วยหลักฐานทางศาสนา ก็ย่อมแสดงว่าพฤติกรรมนั้นๆไม่เป็นที่อนุมัติ เพราะหลักเบื้องต้นในการนมาซก็คือ ไม่สามารถจะเพิ่มเติมใดๆได้ หลักการสงวนท่าที(อิห์ติยาฏ)ก็หนุนให้งดเว้นการเพิ่มเติมเช่นนี้ เนื่องจากเมื่อเอ่ยอามีนออกไป ผู้เอ่ยย่อมไม่แน่ใจว่านมาซจะยังถูกต้องอยู่หรือไม่ ต่างจากกรณีที่มิได้กล่าวอามีน

ประเด็นการกล่าวอามีนในนมาซถือเป็นประเด็นที่มีความเห็นต่างกันระหว่างชีอะฮ์และซุนหนี่ เริ่มแรกเราจะนำเสนอทัศนะของผู้เห็นด้วยในเรื่องนี้พร้อมกับข้อวิพากษ์ที่อ้างอิงฮะดีษการนมาซของท่านนบี(ซ.ล.) หลังจากนั้นจึงจะนำเสนอทัศนะของฝ่ายชีอะฮ์

เนื่องจากปัญหาขัดแย้งในที่นี้เป็นเรื่องที่อยู่ในการนมาซและเนื่องจากนมาซถือเป็นอิบาดะฮ์ประเภทหนึ่ง เราจึงขอเกริ่นเล็กน้อยดังต่อไปนี้
ก. ในอิสลาม อิบาดะฮ์ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นวาญิบ(ภาคบังคับ)และมุสตะฮับ(ภาคอาสา)ล้วนแล้วแต่เป็นบทบัญญัติที่ตายตัวทั้งสิ้น การปฏิบัติอิบาดะฮ์จะต้องปฏิบัติตามจำนวนและรูปแบบที่ศาสนากำหนดไว้เท่านั้น และไม่มีสิทธิจะเพิ่มเติมหรือตัดทอนส่วนใดได้เลย ไม่ว่าใครก็ตาม ไม่มีสิทธิจะปรับเปลี่ยนรูปแบบอิบาดะฮ์ตามที่ตนเองเห็นสมควร ทั้งนี้ สภาวะดังกล่าวมิได้เฉพาะเจาะจงแต่เพียงการนมาซ แต่ครอบคลุมถึงอิบาดะฮ์ทุกประเภทอาทิเช่น การถือศีลอด การอาบน้ำนมาซ การตะยัมมุม ดุอามะอ์ษูเราะฮ์[1] ฯลฯ ด้วย[2]

ข. มุสลิมล้วนเชื่อว่า คำว่าอามีนนั้น มิได้เป็นส่วนหนึ่งของการนมาซ[3] ฉะนั้น ผู้ใดเชื่อว่าสามารถกล่าวคำนี้ในนมาซได้ จำเป็นต้องแสดงเหตุผลหักล้างและต้องพิสูจน์ทัศนะของตนด้วยหลักฐาน มิเช่นนั้นก็จะต้องถือว่าการกล่าวอามีนในนมาซเป็นบิดอะฮ์ เป็นฮะรอม และทำให้นมาซบาฏิล(โมฆะ) เนื่องจากหลักเบื้องต้นในเรื่องนี้คือการไม่สามารถกล่าวอามีนในนมาซได้

ตามทัศนะของนักวิชาการฮะดีษแล้ว ฮะดีษที่อนุญาตให้กล่าวอามีนได้แบ่งออกเป็นสองกลุ่มด้วยกัน

หนึ่ง. ฮะดีษที่มีชื่ออบูฮุร็อยเราะฮ์อยู่ในสายรายงาน ดังฮะดีษต่อไปนี้

รายงานจากท่านนบี(ซ.ล.)ว่า เมื่ออิมามญะมาอัตกล่าว วะลัฎฎอลลีนแล้ว พวกเธอก็จงกล่าว อามีนเถิด เพราะมวลมลาอิกะฮ์ต่างกล่าวอามีน ฉะนั้น ผู้ใดที่กล่าวอามีนพร้อมกับมวลมลาอิกะฮ์ บาปทั้งหมดของเขาจะได้รับอภัยโทษ[4] 

ฮะดีษประเภทนี้ถือว่าไม่น่าเชื่อถือ เหตุเพราะมีอบูฮุร็อยเราะฮ์เป็นผู้รายงาน[5]

ท่านอิมามอลี(อ.)เคยกล่าวถึงเขาว่า ألا إنّ أکذب الناس أو قال: أکذب الأحیاء علی رسول الله أبوهریرة الدئسي  จงรู้เถิด คนที่โป้ปดที่สุด (อีกรายงานหนึ่งกล่าวว่า: สิ่งมีชีวิตที่โป้ปดที่สุด) ต่อท่านนบี ก็คืออบูฮุร็อยเราะฮ์[6]



1 2 3 4 next