อหฺลุลบัยตฺในทรรศนะของอิมามอะลี (อ.)



ท่านอิมามอะลี (อ.) ได้กล่าวถึงหะดีษษะเกาะลัยนฺท่ามกลางมวลชนมากมาย ซึ่งในนั้นมีเศาะฮาบะฮฺอยู่ด้วยและบางคนได้สาระภาพออกมาว่า ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) เป็นผู้กล่าวหะดีษดังกล่าว ท่านอิมามอะลี (อ.)กล่าวว่า โอ้ประชาชนเอ๋ย อัลลอฮฺ (ซบ.) เป็นผู้รู้ดีในหมู่ของพวกท่าน พวกท่านจำได้ไหมว่า... แท้จริงแล้วท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้กล่าวคุฎบะฮฺขึ้นหลังจากนั้นท่านได้เงียบหายไป และได้กล่าวขึ้นว่าโอ้พวกท่านทั้งหลาย แท้จริงฉันได้ฝากสิ่งหนักสองสิ่งที่มีค่ายิ่งไว้ในหมู่ของพวกท่าน ซึ่งพวกท่านจะไม่หลงทางตลอดไป ถ้ายึดมั่นกับทั้งสอง อันได้แก่ อัล-กุรอานและอิตรัต (ทายาทของฉัน) ญิบรออีล ได้กล่าวกับฉันว่าทั้งสองจะไม่มีวันแยกออกจากกันจนกว่าทั้งสองจะกลับคืนสู่ฉัน ณ. สระน้ำ

ประชาชนที่อยู่รายรอบท่านอิมามอะลี (อ.) ในขณะนั้นได้พูดขึ้นว่า โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงพวกเราเคยได้ยินคำพูดเหล่านี้จากท่านศาสดา (ศ็อลฯ)ขณะนั้นได้มีคน ๑๒ คนยืนขึ้นและพูดว่า พวกเราขอยืนยันว่า แท้จริงท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้กล่าวคำพูดนี้ในวันที่ประชาชนได้รายล้อมท่านอยู่และท่านอุมัร บิน คัฎฎ็อบ ได้ลุกขึ้นด้วยความโมโหและพูดว่า ยารอซูลัลลอฮฺ อหฺลุลบัยตฺของท่านทั้งหมดหรือเปล่า?” ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้ตอบว่า ไม่ใช่ทั้งหมด ซึ่งหัวหน้าของพวกเขา คือ อะลี ลูกพี่ลูกน้องของฉัน เป็นตัวแทนและเคาะลิฟะฮฺของฉันในหมู่ของพวกท่าน และเป็นผู้ปกครองปวงผู้ศรัทธาทั้งชายและหญิงหลังจากฉันอะลีเป็นคนแรก และเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในหมู่พวกเขา ซึ่งตัวแทนของฉันคนต่อไปหลังจาก อะลี คือ บุตรของฉัน ขณะนั้นท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้ชี้ไปที่ท่าน อิมามฮะซัน และตัวแทนของเขาคือบุตรของฉันอีกคน ท่านได้ชี้ไปที่ท่านอิมามฮุซัยนฺ และตัวแทนของเขาคือ(บุตรของฮุซัยนฺจนถึงอิมามมะฮฺดี) พวกเขาจะไม่แยกออกจากอัล-กุรอานจนกว่าพวกเขาจะย้อนกลับคืนสู่ฉัน ณ. สระน้ำ พวกเขาได้เป็นชะฮีด เพื่ออัลลอฮฺ (ซบ.) บนหน้าแผ่นดิน อีกทั้งเป็นฮุจญัติของพระองค์ในหมู่ของประชาชน ใครที่ปฏิบัติตามพวกเขา เท่ากับปฏิบัติตามอัลลอฮฺ ส่วนผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่งของพวกเขา เท่ากับฝ่าฝืนอัลลอฮฺขณะนั้นได้มีอาหรับเบดูอินจำนวน ๗๐ คน พร้อมกับพวกมุฮาญิรีนได้ยืนขึ้นและพูดว่าพวกเรายังจำได้ พวกเราไม่เคยลืมและพวกเราขอยืนยันว่า แท้จริงพวกเราได้ยินคำพูดเหล่านี้จากท่านศาสดาขณะนั้น อบูหุรอยเราะฮฺและอบูดัรฺดา ได้พูดว่า มุอาวิยะฮฺได้บอกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ อะลีได้พูด และมีคนยืนยันอย่านำไปเล่าต่อและอย่าฟังคำพูดของเขา

อิตรัต ดังที่กล่าวไว้ในอัลนิฮายะฮฺและหนังสือเล่มอื่นๆ ว่า เป็นลูกหลานชั้นใกล้ชิดที่พิเศษของท่านศาสดา[๑]

อิตรัตเป็นสมาชิกครอบครัวที่ใกล้ชิดกับท่านศาสดา (ศ็อลฯ) อย่างเป็นพิเศษ และเป็นที่แน่นอนว่าบุคคลที่มีใช่ลูกหลานนั้นอยู่นอกประเด็นอันสืบเนื่องจากว่าความเหมะสมของฮุกุ่มกับประเด็นที่กล่าวถึง ซึ่งไม่ได้หมายรวมถึงสมาชิกทุกคนในครอบครัว เพราะดูจากลักษณะ (ซิฟาต) สำหรับอิตรัตตรงนี้ได้ถูกอธิบายไว้เฉาะอย่างชัดเจนว่า พวกเขาเท่าเทียมกับอัล-กุรอาน เป็นแบบอย่างของสัจธรรมและเป็นทางนำสำหรับมวลมนุษยชาติ มิได้มีความหมายรวมโดยทั่วไปแต่อย่างไร ทว่าจุดประสงค์ของ อิตรัต ที่ถูกต้องตรงตามความเป็นจริงตามที่ริวายะฮฺจำนวนมากมายได้กล่าวถึง หมายถึง อหฺลุลบัยตฺ นั่นเองบุคคลผู้ซึ่งอัล-กุรอานได้รับรองถึงความสะอาดบริสุทธิ์ของพวกเขาเอาไว้พวกเขาคือผู้นำผู้บริสุทธิ์ ปราศจากบาปและความผิดพลาดทั้งหลาย

อิบนุอบิลหะดีด พูดว่า ท่านศาสดาได้แจ้งไว้อย่างชัดเจนว่าใครคือ อิตรัต ของท่าน โดยกล่าวว่า แท้จริงฉันได้ฝากไว้ในหมู่พวกของท่านสองสิ่งที่มีค่ายิ่ง หลังจากนั้นได้กล่าวว่า อิตรัตอหฺลุลบัยตฺของฉันและในที่อื่นท่านได้อธิบายวัตถุประสงค์ของท่านที่มีต่ออหฺลุลบัยตฺ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ท่านได้นำผ้ากิซาอฺ คลุมพวกเขาซึ่งในขณะนั้นโองการอัฏฏัตฮีด[๒] ประทานลงมาพอดี ท่านศาสดาจึงได้กล่าวว่า โอ้ข้าแต่พระองค์ บุคคลเหล่านี้คือ อหฺลุลบัยตฺของฉัน โปรดนำความโสมมทั้งหลายออกห่างจากพวกเขา[๓]

ญุรฺญานี ชาฟีอีย์ เสียชีวิตเมื่อ ฮ.ศ. ๓๖๕ ได้เล่าริวายะฮฺจาก อบีสอีดว่าโองการอัฏฏัตฮีดได้ถูกประทานให้กับบุคคล ๕ คน กล่าวคือ ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ท่านอะลี ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ ท่านฮะซัน และท่านฮุซัยนฺ (อ.)[๔]

ซะฮะบีย์ ได้กล่าวไว้ในหนังสือตัลคีศ มุสตัดร็อก เล่าริวายะฮฺจาก ท่านหญิงอุมมุซะลามะฮฺ ท่านกล่าวว่า โองการอัฏฏัตฮีรฺ ได้ถูกประทานลง มาที่บ้านของฉันหลังจากท่านศาสดาแล้วผู้ที่ติดตามคือท่านอะลี ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ ท่านฮะซันท่านฮุซัยนฺ และมะลากิกะฮฺญิบรออีลขณะนั้นท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้กล่าวว่าโอ้ข้าแต่พระองค์ บุคคลเหล่านี้คือ อหฺลุลบัยตฺของฉันอุมมุซะลามะฮฺได้ถามว่ายารอซูล และฉันมิใช่ อหฺลุลบัยตฺของท่านหรือ?” ท่านได้ตอบว่า เจ้าอยู่ ณ ที่ของเจ้านั้นประเสริฐอยู่แล้ว อหฺลุลบัยตฺของฉันคือบุคคลเหล่านี้ (ผู้ที่อยู่ภายใต้กิซาอฺขณะนั้น) โอ้ข้าแต่พระองค์โปรดยกฐานันดรแก่ครอบครัวของฉัน[๕]

นอกเหนือจากริวายะฮฺนี้แล้ว ยังมีสัญลักษณ์บ่งชี้อื่นๆ อีกมากมายว่า จุดประสงค์ของอหฺลุลบัยตฺจากโองการอัฏฏัตฮีรฺ หมายถึงบุคคลพิเศษจากครอบครัวของท่านศาสดา และยังมีโองการมุบาฮิละฮฺ ซึ่งตับสีรฺส่วนใหญ่ได้อธิบายว่าเป็นการระบุตัวบุคคลที่เป็นอหฺลุลบัยตฺไว้อย่างชัดเจน[๖]

มุสลิมได้รายงานโดยสายสืบของตนว่า ขณะที่โองการอัฏฏัตฮีดได้ ถูกประทานลงมา ท่านศาสดา (ศ็อลฯ)   ได้เรียกท่านอะลี ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ

ท่านฮะซันและท่านฮุซัยนฺมาพร้อมทั้งยกมือขึ้นแล้วกล่าวว่าโอ้ข้าแต่พระองค์บุคคลเหล่านี้คืออหฺลุลบัยตฺของฉัน (ครอบครัวของฉัน)[๗]



1 2 next