ชีวประวัติของอิมามผู้บริสุทธิ์โดยสังเขป



อิมามซัยนุ้ลอาบิดีน (สัจญาด)

การบิหารงานของท่านอิมามสัจญาด (อ.) แบ่งออกเป็น 2 ช่วง ซึ่งเมื่อมองภาพโดยรวมแล้ว มีความคล้ายคลึงกับการบริหารงานโดยทั่วไปของบรรดาอิมามท่านอื่น ๆ ท่านอิมามสัจญาดเป็นคนหนึ่งที่ได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์กัรบะลาอพร้อมกับอิมามฮุซัยน (อ.) ผู้เป็นบิดา และหลังจากที่ท่านอิมามฮุซัยนะได้เป็นชะฮีด ท่านอิมามสัจญาดก็ถูกจับเป็นเชลยเช่นเดียวกับคนอื่น ๆและถูกนำตัวไปยังเมืองกูฟะฮและเมืองชาม (ซีเรีย) ตามลำดับ ขณะที่ถูกจับเป็นเชลยนั้น ท่านอิมาม (อ.) ไม่เคยอำพรางตัวเอง (ตะกียะฮ) ท่านเปิดเผยตัวและบอกกล่าวถึงความเป็นจริงที่เกิดกับบิดาของท่านและครอบครัวบนแผ่นดินกัรบะลาออย่างละเอียดต่อหน้าสาธารณชนและกลุ่มชนบางกลุ่ม ท่านได้กล่าวถึงความโหดเหี้ยมไร้มนุษยธรรมเยี่ยงสัตว์เดรัจฉานของพวกบะนีอุมัยยฮ ที่พวกมันได้ทำทารุณกรรมกับครอบครัวของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) จนสามารถเปลี่ยนแปลงความรู้สึกของคนเหล่านั้นได้ในระดับหนึ่ง จากการที่พวกเขาเข้าใจอหลุลบัยตผิด เปลี่ยนมาเป็นความรักและความสงสาร

แต่หลังจากท่านอิมาม (อ.) ได้เป็นอิสระ ท่านได้เดินทางกลับไปยังมะดีนะอ ซึ่งสภาพชีวิตของท่านที่มะดีนะฮเปลี่ยนแปลงไปกลายเป็นเงียบสงบและอยู่แต่ในบ้านทำอิบาดะฮ ไม่มีการปลุกระดมประชาชนอีกต่อไป ท่านได้เปลี่ยนมาเป็นการอบรมสั่งสอนบรรดาผู้ที่จงรักภักดีต่ออหลุลบัยตและผู้ที่เจริญรอยตามสัจธรรมความจริง ท่านอิมาม (อ.) ได้ดำรงตำแหน่งอิมามอยู่นานถึง 35 ปี ได้อบรมสั่งสอนวิชาการอิสลามแก่ผู้ศรัทธาผ่านไปรุ่นแล้วรุ่นเล่า

ท่านอิมามสัจญาด (อ.) ได้ถ่ายทอดบทดุอาอไว้ชุดหนึ่งชื่อว่า "เศาะฮิฟะฮ สัจญาดียะฮ" ท่านได้พรรณาดุอาอบทดังกล่าวในช่องมะหรอบขณะทำอิบาดะฮ ซึ่งดุอาอดังกล่าวนี้มิได้เป็นเพียงบทดุอาอทั่ว ๆ ไป แต่มันแฝงเร้นไว้ด้วยความรู้ต่าง ๆ มากมาย มันสอนให้รู้จักพระผู้เป็นเจ้า ความรู้ ความเมตตาและความยุติธรรมของพระองค์ ตลอดจนได้สอดแทรกความรู้ด้านการเมือง การปกครองและการต่อสู้กับบรรดาผู้กดขี่และ ฯลฯ

อิมามมุฮัมมัด บากิร (อ.)

ในสมัยของท่านอิมามมุฮัมมัด บากิร (อ.) ถือว่าเป็นยุคสมัยหนึ่งที่ความรู้ของอิสลามได้ถูกเผยแผ่ออกไป แม้ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรก็ตาม แต่เมื่อเทียบยุคกับก่อนหน้านี้ถือว่าดีกว่ามาก เพราะบรรดาอิมามก่อนหน้าท่านอิมามบากิร (อ.) ล้วนแต่อยู่ในภาวะที่ถูกบีบบังคับและได้รับความกดดันจากผู้ปกครองที่กดขี่อย่างมาก แต่ในยุคของท่านอิมามมุฮัมมัดบากิร (อ.) เป็นยุคที่บนีอุมัยยะฮกำลังจะล่มสลาย ภาวะความกดดันจากผู้ปกครองจึงน้อยลง ยุคที่บนีอุมัยยะฮเรืองอำนาจนั้นได้ทำลายฮะดีษเกี่ยวกับฟิกฮของชีอะฮไปเป็นจำนวนมาก ขณะที่อะหกามอิสลามนั้นจำเป็นต้องใช้ฮะดีษประกอบการอธิบายเป็นพัน ๆ ฮะดีษ ขณะเดียวกันฮะดีษต่าง ๆ ของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ที่รายงานไว้โดยบรรดาเศาะฮาบะฮนั้นมีจำนวนไม่ถึง 500 ฮะดีษ แต่ฮะดีษเท็จที่ออกมาจากวังเขียวของมุอาวิยะฮกับมีอยู่อย่างดาษดื่น ซึ่งเขาได้ใช้เงินว่าจางบรรดาผู้อ้างตนว่าเป็นสาวกของศาสดา (ศ็อลฯ) บรรดาผู้รู้ที่ขายตัวเป็นทาสน้ำเงินของมิอาวิยะฮ ให้แต่งฮะดีษเหล่านั้นขึ้นมา จึงเป็นสาเหตุทำให้มุสลิมล้าหลัง ขาดความรู้ที่แท้จริงเกี่ยวกับอิสลามและอัล-กุรอาน และเป็นสาเหตุนำไปสู่การฆ่าล้างตระกูลของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) และถือว่าเป็นโอกาสทองของท่านอิมามบากิร เพราะก่อนหน้าท่านซึ่งเป็นยุคสมัยของท่านอิมามสัจญาด (อ.) ท่านได้ใช้เวลาตลอด 35 ปีขณะที่ดำรงตำแหน่งอิมาม ในการอบรมสั่งสอนวิชาการอิสลาม และสร้างมุสลิมสายเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทนสายเลือดเก่า (ที่ทรยศและเป็นกบฏต่อคำสั่งเสียสุดท้ายของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) และเท่ากับเป็นการสร้างฐานกำลังที่สำคัญสำหรับอิมามบากิร (อ.) ฉะนั้น เมื่อมาถึงยุคของท่าน จึงเป็นช่วงเวลาที่พอเหมาะพอดีต่อการเผยแผ่วิชาการประกอบกับที่ราชวงศือุมัยยะฮกำลังจะล่มสลาย เพราะเกิดความขัดแย้งภายในอย่างรุนแรง จึงไม่มีเวลาใส่ใจต่อประชาชนเท่าใดนัก ท่านอิมามมุฮัมมัดบากิร (อ.) จึงฉวยโอกาสในช่วงนี้ทำการเผยแผ่วิชาการของอิสลามและอะหกามของอหลุลบัยต จนสามารถสร้างลูกศิษย์ที่มีคุณภาพจำนวนมากมายมอบให้กับสังคม

อิมามญะอฟัร อัซ-ซอดิก

ท่านอิมามญะอฟัร (อ.) สามารถเผยแผ่วิชาการอิสลามได้มากกว่ายุคใดทั้งหมด สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะว่าท่านอิมามบากิร (อ.) ได้สร้างฐานเอาไว้แล้วส่วนหนึ่ง ท่านได้เผยแผ่และเชิญชวนผู้คนมาสู่อิสลามเป็นจำนวนมากมาย ซึ่งผู้คนเหล่านั้นต่างกระหายในวิชาการอิสลามและความรู้ของอหลุลบัยต

อีกด้านหนึ่ง ราชวงศ์อุมัยยะฮกำลังจะสิ้นสุดอำนาจและราชวงศ์อับบาซียก็ยังยึดอำนาจไม่ได้ทั้งหมด ซึ่งก้าวขึ้นสู่อำนาจของพวกอับบาซียได้โดยอาศัยบารมีของอหลุลบัยต (อ.) โดยใช้การถูกกดขี่ของบรรดาอหลุลบัยตในกัรบะลาอเป็นสิ่งนำและเรียกร้องความสนใจของประชาชน พวกเขาแสร้งทำเป็นรักและให้เกียรติต่ออหลุลบัยต ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมิได้เป็นเช่นนั้นเลย

ขณะที่ท่านอิมามซอดิก (อ.) ได้สอนสั่งและขยายความรู้ออกไปอย่างกว้างขวาง โดยมีผู้รู้นักปราชญ์และนักวิชาการทั้งหลายจากทั่วสารทิศมากันเป็นกลุ่ม ๆ เพื่อมาศึกษาหาความรู้จากอิมาม (อ.) ในศาสตร์ต่าง ๆ จนได้รับฉายานามว่า "บิดาแห่งความรู้" ท่านเป็นคนแรกที่สอนวิทยาศาสตร์ทั้งวิทยาศาสตร์กายภาพและวิทยาศาสตร์ประยุกต์



back 1 2 3 4 5 6 7 8 next