ชีวประวัติของอิมามผู้บริสุทธิ์โดยสังเขป



ฉะนั้น จะเห็นได้ว่าแก่นแท้ของความแตกต่างระหว่างท่านอิมามทั้งสองนั้น มิได้อยู่ที่ระบบบริหารของท่าน แต่มันอยู่ที่ระบบบริหารของมุอาวิยะฮกับยะซีด (ขออัลลอฮทรงสาปแช่งทั้งสอง) ที่ทั้งสองมีวิธีการบริหารที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง วิธีการบริหารของมุอาวิยะฮนั้นมิได้วางอยู่บนความไร้กฎเกณฑ์และการดูแคลนหลักการศาสนาอย่างเปิดเผย (เฉกเช่นวิธีการของยะซีด)

มุอาวิยะฮได้แนะนำตัวเองว่า เขาคือสาวกคนหนึ่งของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) และเป็นผู้บันทึกอัล-กุรอาน และเขาได้รับการตั้งฉายาว่าเป็น "ลุงของเหล่าศรัทธาชน" เนื่องจากน้องสาวของเขาซึ่งเป็นภรรยาของท่านศาสดาและยู่ในฐานะ "มารดาของเหล่าศรัทธาชน" และมุอาวิยะฮยังได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากเคาะลิฟะฮที่สอง ขณะที่เคาะลิฟะฮที่สองนั้นเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนโดยทั่วไป

นอกจากนี้ มุอาวิยะฮยังได้แต่งตั้งสาวกส่วนใหญ่ของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชน อาทิเช่น อบูฮุรอยเราะฮ อัมรุอาศ มุฆีเราะฮ บินชุอบะฮ และสาวกคนอื่น ให้ดำรงตำแหน่งที่มีความสำคัญในด้านการปกครอง เพื่อที่ว่าบุคคลเหล่านั้นจะได้ดึงดูดความสนใจของประชาชนให้มีต่อมุอาวิยะฮ นอกจากนั้น มุอาวิยะฮยังได้มีคำสั่งให้ประดิษฐ์ฮะดีษเท็จที่กล่าวอ้างถึงความบริสุทธิ์ทางศาสนาของสาวกของท่านศาสดา กล่าวคือ กิจการใดก็ตามที่พวกเขาปฏิบัติจะได้รับการยกเว้นและการอภัยให้ทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้ ทุก ๆ การกระทำของมุอาวิยะฮจึงได้รับการอ้างอิงเหตุผลและความถูกต้อง (โดยฮะดีษเท็จและสาวกของท่านศาสดาดังกล่าว) แต่ถ้ายังมีผู้ทักท้วง มุอาวิยะฮจะใช้ทรัพย์หรือสิ่งที่มีค่าราคาสูงปิดปากเสีย และในกรณีที่ไม่อาจใช้เงินซื้อได้ มุอาวิยะฮจะสั่งให้สมุนกับใช้ของตนจัดการขั้นเด็ดขาด ฉะนั้น จะเห็นได้ว่าชีอะฮของอะลีผู้ปราศจากความผิด ไดถูกฆ่าตายไปเป็นจำนวนมากมายตลอดจนมุสลิมคนอื่น ๆ ที่ไม่ยอมรับมุอาวิยะฮ หรือแม้กระทั่งสาวกบางคนของท่านศาสดาก็ตาม

มุอาวิยะฮถือเป็นนักปกครองที่ใช้เล่ห์เพทุบายเยี่ยงสุนัขจิ้งจอกที่เก่งคนหนึ่ง เขามักจะสร้างความดีและชื่อเสียงให้กับตนเองด้วยกับวิธีการของนักต้มตุ๋น ชอบแสดงต่อหน้าผู้คนว่าตนเป็นคนนิ่มนวลและคารพในความคิดเห็น พร้อมทั้งเชื่อฟังคำแนะนำของประชาชน ซึ่งในบางครั้งโดนคนด่าต่อหน้า มุอาวิยะฮก็แสร้งทำเป็นใจเย็นไม่ถือโทษโกรธเคืองและให้อภัย

มุอาวิยะฮหลอกประชาชนโดยเสแสร้งทำเป็นเคารพท่านอิมามฮะซัน (อ.) และอิมามฮุซัยน (อ.) ต่อหน้าผู้คน โดยส่งข้าวของเครื่องใช้ที่มีราคาแพงไปปรนนิบัติ อีกด้านหนึ่งก็ประกาศต่อสาธารณชนว่า ใครที่รายงานฮะดีษเกี่ยวกับความประเสริฐของอหลุลบัยต เขาจะไม่ได้รับความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ส่วนใครที่รายงานฮะดีษเกี่ยวกับความประเสริฐของเศาะฮาบะฮ (สาวก) เขาจะได้รับรางวัลอย่างงาม

มุอาวิยะฮได้ออกคำสั่งแก่นักพูดปราศรัยทั้งหลาย ให้กล่าวประนามและด่าทอท่านอิมามอะลี (อ.) ในการกล่าวปราศรัยของตน และที่ใดก็ตามถ้าพบเห็นชีอะฮของอะลี (อ.) ก็ให้ฆ่าทิ้งเสีย ฉะนั้นในสมัยของมุอาวิยฮจึงเป็นสมัยหนึ่งที่ชีอะฮจำนวนมากมายถูกกวาดล้าง แม้กระทั่งศัตรูบางคนของอิมามอะลี ถ้าถูกใส่ร้ายว่าเป็นชีอะฮเขาก็จะถูกฆ่าตายด้วยเช่นกัน

ฉะนั้น จะเห็นได้ว่าถ้าหากอิมามฮะซัน (อ.) ลุกขึ้นจับดาบต่อสู้กับมุอาวิยะฮ นอกจากจะเกิดความเสียหายต่ออิสลามแล้ว เลือดของท่านอิมาม (อ.) ยังหลั่งแบบไร้จุดหมายและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้นและถ้าอิมามตัดสินใจใช้กำลังในการแก้ปัญหาและถูกฆ่าตาย ชัยชนะก็จะเป็นของมุอาวิยะฮทันที ซึ่งสิ่งที่เขาจะทำก็คือ จับตัวคนฆ่าอิมามมาลงโทษและเอาใจประชาชนด้วยการแสดงความโศกเศร้าที่สูญเสียอิมามไป หลังจากนั้นจะเป็นการล้างแค้นแทนอิมามโดยจัดการกับพวกชีอะฮทั้งหลาย ซึ่งมุอาวิยะฮเคยใช้วิธีการอย่างนี้มาแล้วครั้งหนึ่งในการล้างแค้นแทนอุสมาน (เคาะลิฟะฮที่สาม)

ส่วนวิธีการปกครองของยะซีด (ขออัลลอฮทรงสาปแช่งเขา) ไม่ได้เหมือนหรือมีส่วนคล้ายคลึงกับวิธีการของพ่อของเขาเลย ยะซีดเป็นคนหนุ่ม หลงตัวเอง ไม่มีเหตุผล ไม่ชอบใช้ปัญญาแต่ชอบใช้กำลัง และไม่เคยสนใจหรือให้เกียรติต่อความคิดเห็นของส่วนรวม

ยะซีดประกาศตนเป็นศัตรูกับอิสลามอย่างชัดแจ้งโดยไม่เกรงกลัวผู้ใด เขาจึงปกครองได้ไม่นานและจากไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งปีแรกที่เขาขึ้นปกครองนั้น เขาได้สั่งให้ฆ่าล้างโคตรของศาสดา (ศ็อลฯ) ในปีที่สองเขาได้สั่งให้บุกโจมตีมะดีนะฮโดยสร้างความเสียหายให้กับมะดีนะฮมากมายและได้สั่งให้เข่นฆ่าผู้คนพร้อมทั้งยึดทรัพย์สินของพวกเขาเป็นเวลาสามวัน

ในปีที่สาม ยะซีดได้สั่งให้โจมตีมักกะฮและได้ทำลายบัยตุลลอฮด้วยเหตุนี้เอง ขบวนการของท่านอิมามฮุซัยน (อ.) จึงได้สอดแทรกไปในความคิดของประชาชนอย่างรวดเร็วและซึมซาบลงไปอย่างลึกล้ำทุกวัน โดยในช่วงแรกได้มีกลุ่มชนลุกขึ้นมาเพื่อล้างแค้น จนในที่สุดได้มีประชาชนมากมายลุกขึ้นมาเรียกร้องความถูกต้องในฐานะของผู้ที่รักอหลุลบัยตด้วยเหตุนี้เอง จะเห็นว่ามุอาวิยะฮก่อนตายได้เขียนพินัยกรรมแก่ยะซีดว่า "เจ้าจะทำอะไรก็จงทำไปแต่อย่าไปยุ่งกับฮุซัยนเด็ดขาด ปล่อยเขาไว้เช่นนั้น" แต่เพราะความโว่เขลาและหลงตัวเองของยะซีด มันจึงไม่ทำตามพินัยกรรมของพ่อเขาและได้ทำในสิ่งตรงข้ามกัน การปกครองของเขาจึงพบกับความพินาศในเวลาอันรวดเร็ว



back 1 2 3 4 5 6 7 8 next