ชีวประวัติของอิมามผู้บริสุทธิ์โดยสังเขป



อุดมคติในการดำเนินชีวิต ท่านหญิง (อ.) ถือว่าความพึงพอใจของอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ย่อมมาก่อนความพึงพอใจของตัวเอง ท่านหญิง (อ.) ได้อบรมสั่งสอนบุตรีและบุตรชายตามแบบฉบับของอิสลามทุกประการ ท่านได้แบ่งงานภายในบ้านระหว่างท่านกับหญิงรับใช้ โดยผลัดกันทำคนละวัน ท่านหญิง (อ.) เป็นผู้ตอบปัญหาศาสนาแก่บรรดาสตรีทั้งหลาย และเวลาที่เหลือส่วนมากท่านทุ่มเทให้กับการทำอิบาดะฮ์ รายได้ส่วนตัวของท่านหญิง (อ.) ที่ได้จากส่วนฟะดักนั้น ส่วนมากจะใช้จ่ายไปในหนทางของอัลลอฮ์ (ซ.บ) ซึ่งท่านจะเก็บไว้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น และในบางวันท่านหญิงจะบริจาคอาหารของท่านแก่คนยากจนที่มาขอ ส่วนท่านจะอดทนต่อความหิวโหยนั้น มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านหญิง (อ.) ได้กล่าวปราศรัยอย่างละเอียดต่อหน้าสาธารณชนที่มัสยิดนบี เกี่ยวกับการยึดสวนฟะดักของท่านหญิงโดยอบูบักร เคาะลีฟะฮ์ที่หนึ่ง ซึ่งสาเหตุที่ท่านปราศรัยไม่ใช่ท่านมีความเสียดายต่อสวนนั้น แต่เป็นเพราะท่านกำลังปกป้องสิทธิของสตรีทั้งหลายและปกป้องอะห์กามอิสลาม

ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ (อ.) เป็นบุตรีของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) เป็นภรรยาของท่านอิมามอะลี (อ.) และเป็นมารดาอีก 11 อิมามผู้บริสุทธิ์แห่งโลกอิสลาม ซึ่งบรรดาลูกหลานท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ทั้งหมดสืบเชื้อสายมากจากท่านหญิง (อ.) ทั้งสิ้น ท่านหญิงถูกนับว่าเป็นหนึ่งในบรรดาผู้บริสุทธิ์ตามที่อัลกุรอานรับรองไว้

อิมามฮะซันและอิมามฮุซัยนฺ (อะลัยฮิมัส-สลาม)

อิมามฮะซันและอิมามฮุซัยนฺ (อ.) นั้นเป็นพี่น้องกัน ซึ่งทั้งสองท่านเป็นบุตรของท่านเป็นบุตรของท่านอิมามอะลี (อ.) กับท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ (อ.) ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) รักหลานทั้งสองมากและมักกล่าวเสมอว่า "เขาทั้งสองคือลูกของฉัน" ท่านศาสดาทุนุถนอมหลานรักทั้งสองดั่งแก้วตาดวงใจ ท่านทนไม่ได้ที่จะเห็นหลานรักทั้งสองต้องได้รับความเจ็บปวดแม้เพียงการเดินสะดุดแล้วล้มลงก็ตาม ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) กล่าวต่อมวลผู้ศรัทธาอยู่เสมอว่า "ลูกของฉันทั้งสองคือ อิมมามทั้งในยามนั่งและยามยืน" ทั้งในยามนั่งและยามยืนหมายถึง การดำรงตำแหน่งผู้นำและการยืนหยัดต่อสู้กับศัตรูของศาสนา ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้กล่าวเกี่ยวกับหลานรักทั้งสองอีกว่า "ฮะซันและฮุซัยนเป็นหัวหน้าชายหนุ่มแห่งสรวงสวรรค์"

ท่านอิมามฮะซัน (อ.) ได้ถูกแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอิมามตามคำสั่งเสียของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ที่สั่งเสียเอาไว้ และประชาชนได้ให้สัตยาบันกับท่าน ท่านอิมามฮะซัน (อ.) ขึ้นปกครองอาณาจักรอิสลามได้เพียงหกเดือนเศษ ซึ่งในเวลานั้นมีซีเรียและอียิปต์ (ปัจจุบัน) ที่อยู่ในการปกครองของมุอาวิยะฮ มิได้ยอมสวามิภักดิ์ต่อการปกครองของท่านอิมาม ท่านอิมาม (อ.) ขณะเป็นผู้ปกครองอาณาจักรอิสลามนั้น ท่านได้ยึดถือบุคลิกภาพของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) เป็นแบบอย่าง

ท่านอิมามฮะซัน (อ.) ได้เตรียมกำลังทหารที่จะรบกับมุอาวิยะฮ ที่ก่อกวนอาณาจักรอิสลามตอลอดเวลา แต่ต่อมาท่านต้องยกเลิกแผนการณ์เพราะทราบว่าทหารของท่านมีใจโอนเอียงอยู่กับมุอาวะยะฮ และรอคำสั่งจากมุอาวิยะฮ ที่ก่อกวนอาณาจักรอิสลามตลอดเวลา แต่ต่อมาท่านต้องยกเลิกแผนการณ์เพราะทราบว่าทหารของท่านมีใจโอนเอียงอยู่กับมุอาวิยะฮ และรอคำสั่งจากมุอาวะยะฮว่าจะให้จัดการกับท่านอิมามอย่างไร จะฆ่าให้ตายหรือจับกุมในฐานะของศัตรู ด้วยเหตุนี้เองท่านอิมามจึงต้องเลือกวิธีการประนีประนอมอย่าศึกและลงนามร่วมกับมุอาวิยะฮ

ท่านอิมามฮะซัน (อ.) ได้ทำสัญญาประนีประนอมโดยมีเงื่อนไขสำคัญ 6 ประการด้วยกัน แต่ฝ่ายมุอาวิยะฮเป็นผู้บิดพลิ้วสัญญาภายหลังจากนั้นซึ่งมุอาวิยะฮได้เดินทางมาอิรักในเวลาต่อมาและขึ้นมิมบัรกล่าวปราศรัยกับประชาชนว่า "โอ้ประชาชน ฉันไม่ต้องการทำสงครามกับพวกท่านในเรื่องของศาสนาว่าต้องทำนมาซหรือถือศีลอด เพียงแต่ฉันต้องการขึ้นเป็นผู้ปกครองเท่านั้นเองและฉันก็ถึงเป้าหมายของฉันแล้ว ส่วนสัญญาที่ลงนามร่วมกับฮะซันบุตรของอะลีนั้น มันไม่มีความหมายสำหรับฉันเลย ฉันเก็บมันไว้ใต้ฝ่าเท้าของฉัน"

ท่านอิมามฮะซัน (อ.) หลังจากลงนามร่วมกับมุอาวิยะฮแล้ว ท่านต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลการปกครองแบบป่าเถื่อนและกักขฬะของมุอาวิยะฮนานถึง 9 ปี เป็นช่วงชีวิตที่แสนข่มขืนและมืดมนที่สุดชีวิตของท่านไม่เคยได้รับความปลอดภัยเลยแม้แต่สังคมภายในบ้านก็เช่นกัน จนในที่สุดท่านอิมามฮะซัน (อ.) ได้ถูกภรรยาในทรามนามว่า "ญอดะฮ" ที่หลงคำลวงของมุฮาวิยะฮ ลอบวางยาพิษและได้เป็นชะฮีดในเวลาต่อมา

หลังจากการเป็นชะฮีดของท่านอิมามฮะซัน (อ.) แล้ว ท่านอิมามฮุซัยน (อ.) น้องชายผู้ทรงเกียรติของท่านได้ขึ้นรับตำแหน่งแทนตามวะศียะฮของพี่ชายท่านอิมามฮุซัยน (อ.) ได้ทำหน้าที่ในการชี้นำประชาชนและยืนหยัดต่อสู้กับพฤติกรรมที่เลว ๆ ของมุอาวิยะฮ แต่ผู้คนก็ยังคงมีพฤติกรรมที่ไม่แตกต่างกับยุคของท่านอิมามฮะซัน ขณะเดียวกันมุอาวิยะฮก็ยังมีอิทธิพลเหนือประชาชนอยู่เช่นเดิมและมันได้ยึดทุกอย่างไปจากท่านอิมามฮุซัยน (อ.)

หลังจากเวลาผ่านไป 9 ปี 6 เดือนมุอาวิยะฮได้ตายลง ระบบการปกครองก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยจากระบบของกาหลิบ (ผู้นำฝ่ายการปกครองและศาสนา) ได้เปลี่ยนเป็นระบบราชาธิปไตยโดยมียะซีด (ขออัลลฮสาปแช่งเขา) ลูกชายของมุอาวิยะฮสืบทอดการปกครองต่อจากบิดาของตน



back 1 2 3 4 5 6 7 8 next